ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง 2547
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง 2547

แชร์กระทู้นี้

1. กรณีใดที่ต้องทำการสืบสวนข้อเท็จริง

ก. ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย

ข. ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยกระทำผิดวินัย

ค. กรณีอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชาหรือจเรตำรวจเห็นควรให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง

ง. ทุกข้อมีกล่าวมาต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง

ตอบ       ง.  ทุกข้อมีกล่าวมาต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง

                ข้อ ๔  ภายใต้บังคับ ข้อ ๒  กรณีที่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริง  ได้แก่

(๑) ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย

(๒) มีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยโดยผู้ร้องเรียนนั้นได้แจ้งชื่อและที่อยู่ของตนเองเป็นที่แน่นอน  พร้อมทั้งระบุพฤติการณ์แห่งกรณีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยนั้น

(๓) ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยกระทำผิดวินัยฯลฯ

2. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้อใดกล่าวถูก

ก. ต้องมีประธานเข้าร่วมประชุมด้วยไม่มีข้อยกเว้น

ข. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้รองนายกฯ เข้ามาประชุมแทนได้

ค. นายกฯ สามารถมอบอำนาจให้ใครมาเป็นประธานก็ได้

ง. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

ตอบ       ง.  หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

                การประชุมคณะกรรมการสืบสวนต้องมีประธานกรรมการอยู่ร่วมประชุมด้วย  แต่ในกรณีจำเป็นที่ประธานกรรมการไม่สามารถเข้าประชุมได้  ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

3. ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดีที่เกี่ยวกับเรื่องที่สืบสวน  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว  จึงถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นพยานหลักฐานโดยไม่ต้องสืบสวน  แต่ทั้งนื้ทั้งนั้นคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องทำอย่างไร

ก. ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

ข. แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

ค. ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาคนปัจจุบันดำเนินการแจ้ง

ง. ทำรายงานและสรุปคดี

ตอบ       ข.  แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

                ข้อ ๒๘  ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดีที่เกี่ยวกับเรื่องที่สืบสวน  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว  ให้ถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นพยานหลักฐานโดยไม่ต้องสืบสวนต่อไปได้  แต่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๑๘ วรรคสอง  วรรคสาม  วรรคสี่  วรรคห้า  วรรคหก  และวรรคเจ็ด  มาใช้บังคับโดยอนุโลม

4. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่ากี่คน

ก. ไม่น้อยกว่าสามคน

ข. ไม่น้อยกว่าห้าคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด

ค. ไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด

ง. ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด

ตอบ       ง.  ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด

                การประชุมคณะกรรมการสืบสวนตาม ข้อ ๑๘ และ ข้อ ๓๐  ต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด

5. การสืบสวนข้อเท็จจริง  มีความหมายที่ถูกต้องตามข้อใด

ก. การแสวงหาข้อเท็จจริงและซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่

ข. การแสวงหาหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใด

ค. การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด

ง. ถูกทุก ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ค.  การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด

                ข้อ ๓  การสืบสวนข้อเท็จจริง  หมายถึง  การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่  เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด

6. ในกรณีสืบสวนแล้วเป็นมูลความผิดทางอาญาในความผิดฐานเรียกรับสินบนด้วย  ผกก.คลองตัน จะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ก. เสนอสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้สำนักงานจเรตำรวจตรวจสอบต่อไป

ข. สั่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ค. เสนอรองผู้บังคับการในฐานะผู้บังคับบัญชาถัดขึ้นไปชั้นหนึ่งพิจารณา

ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

7. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน  โดยให้ทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วย  จะต้องยื่นต่อบุคคลใด

ก. ประธานกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี

ข. ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี

ค. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น

ง. จเรตำรวจ

ตอบ       ข.  ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี

                การคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การสืบสวนไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างไร  การคัดค้านผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนขึ้นไปชั้นหนึ่ง  การคัดค้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนหรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน

8. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด

ก. ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา

ข. ถ้าเป็นราชการบริการส่วนกลาง  ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี

ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

                ข้อ ๙  การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา  และนอกจากนั้นถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลางประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี  ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก

9. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร

ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน

ข. ผู้บังคับบัญชาที่มอบหมาย

ค. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง

ง. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

ตอบ       ง.  ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชึ้นหนึ่ง

                ในการสืบสวนเพิ่มเติมตาม ข้อ ๓๕ (๒)  ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดสามสืบวันแล้วยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินกว่าสามสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

10. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยกี่คน  และประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยเท่าใด

ก. หกคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน

ข. ห้าคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน

ค. สี่คน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

ง. สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

ตอบ       ง.  สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

                ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยสามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง  โดยให้มีเลขานุการหนึ่งคน  เลขานุการอาจแต่งตั้งจากกรรมการสืบสวนคนใดคนหนึ่งก็ได้  ในกรณีจำเป็นจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

                ให้นำ ข้อ ๑๒  ข้อ ๒๑  และ ข้อ ๒๒  มาใช้บังคับกับเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการโดยอนุโลม

11. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่ตามข้อใด

ก. สามารถให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวนได้

ข. จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง

ค. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

                ข้อ ๑๓  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่

(๑) สืบสวนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. นี้  เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน

(๒) รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา

(๓) จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง

(๔) ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน

12. การสืบสวนข้อเท็จจริง  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างไร

ก. ไม่เกิน 15 วัน

ข. ไม่เกิน 30 วัน

ค. ไม่เกิน 60 วัน

ง. ไม่เกิน 90 วัน

ตอบ       ค.  ไม่เกิน 60 วัน

 สืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดแต่งทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสืบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนได้รับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดหกสิบวันแล้วยังไม่แล้วเสร็จ  ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินหกสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าหกสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง


รายละเอียดและจำนวนผู้สมัครคลิกที่นี่


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบตำรวจสายการเงิน
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง

แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ 

- แนวข้อสอบ พรก.ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

- แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

- แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ  พ.ศ. 2553

- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

- แนวข้อสอบหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ

- แนวข้อสอบหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ฉบับที่ 2

- สรุป กฎ กตร.การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547

- สรุปแนวข้อสอบระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจากเดินทางไปราชการ 2550

- สรุปแนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง 2551

- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547

- สรุปสาระสำคัญว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และแก้ไขเพิ่มเติม



สายอำนวยการ  

- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553

- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร_อก_ 2555 _11 มี.ค. 55_

- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง

- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ _ฉบับที่ 2_  พ.ศ. 2554

- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
        - แนวข้อสอบการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
        - แนวข้อสอบตำรวจสายอำนายการ ที่ออกบ่อยๆ

แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ

- แนวข้อสอบภาษาไทย
       - แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม


สายป้องกันและปราบปราม 
 - แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553

แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง

- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ _ฉบับที่ 2_  พ.ศ. 2554

- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M

แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546

แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 
แนวข้อสอบกฎหมายอาญา

 
แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร_ปป_ 2555 _11 มี.ค. 55_

 
แนวข้อสอบเก่าสายปราบปราม ที่เคยออก

 
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ

 
แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา


 

สายสืบสวนสอบสวน

– แนวข้อสอบกฎหมาย ป.วิอาญา ป.อาญา และ กฎหมายพยาน

– ข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

- ข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม

- ข้อสอบตำรวจ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547

– พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 

– ข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553

– แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

– เเนวข้อสอบรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย 2550



สายตำรวจชั้นประทวนยศ ด.ต. 50 ปีขึ้นไป

- ข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม

- ข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

– ข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553

– ระเบียบ ตร. การกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘

– บทบาทภารกิจ กตช.  ก.ตร.

– แนวข้อสอบ  เหตุการณ์ปัจจุบัน  การเมือง  สังคม 

– ความรู้ในหน้าที่ตำรวจ

– พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

– แนวข้อสอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

– อุดมคติของตำรวจ การบริหารงานในสถานีตำรวจ และ การบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

– โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก 


สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท 

ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ เป็นหนังสือ +MP3 พรบ.ตำรวจ  ราคา 679 บาท

กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ 
เลขที่บัญชี 491-2-00428-2 ธ.กสิกรไทย บิ๊กซีขอนแก่น 
ชื่อบัญชี decho pragay  ออมทรัพย์ 
โอนเงินแล้วโทรแจ้งที่  085-0127724
 
สนใจสั่งซื้อมาที่  
decho.by@hotmail.com
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   085-0127724
jook ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ใช้ระดับ I
รายละเอียดผู้ใช้ 

๑.ประกาศในราชกิจจาฯวันที่ ๑๔ ธ.ค.๔๗ มีผล ๑๕ ธ.ค.๔๗ กรณีมีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนวันที่ ๑๕ ธ.ค.๔๗ ให้ใช้วิธีการหลักเกณฑ์วิธีการเดิมไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
๒.การสืบสวนข้อเท็จจริง หมายถึง 
๒.๑ การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน 
๒.๒ ซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ทำไปตามอำนาจและหน้าที่
๒.๓ เพื่อทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดจากการกระทำของข้าราชการตำรวจที่ (๑)มีเหตุอันควรสงสัย หรือ (๒) ถูกกล่าวโทษว่าทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
๓.การเริ่มดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรขึ้นไป หรือจเรตำรวจ โดยการดำเนินการเองหรือตั้งคณะกรรมการฯ หรือสั่งผู้ใดให้สืบสวนข้อเท็จจริง กรณีดังนี้
๓.๑ มีการร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัย หรือ
๓.๒ ผู้บังคับบัญชามีสงสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัย
๓.๓ ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น แจ้งมาตำรวจในบังคับบัญชาทำผิดหรือสงสัยว่าทำผิดวินัย
๒.๔ มีบัตรสนเท่ห์เฉพาะมีการระบุข้อเท็จจริง พยานหลักฐานแวดล้อมและระบุพยานบุคคล,พยานวัตถุหรือพยานเอกสารชี้แนะแนวทางพอที่สะสืบสวนได้
๒.๕ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนเฉพาะมีการระบุข้อเท็จจริง พยานหลักฐานแวดล้อมและระบุพยานบุคคล,พยานวัตถุหรือพยานเอกสารชี้แนะแนวทางพอที่สะสืบสวนได้
๒.๖ กรณีอื่นๆที่ ผู้บังคับบัญชาหรือจเรตำรวจเห็นควรให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง
๔.เมื่อผู้มีอำนาจสั่งแล้ว ห้ามมิให้สั่งให้สืบสวนฯเรื่องเดียวกันอีก ถ้าผู้บังคับบัญชาโดยตรงสั่งตั้งแล้ว และมีหน่วยอื่นที่มีอำนาจสืบสวนด้วย ให้หน่วยอื่นนั้นงดสืบสวนเรื่องนั้นแล้วนำสิ่งที่ได้สิบสวนมาแล้วมาเข้าสำนวนที่ผู้บังคับบัญชาสั่งตั้ง
๕.ข้อห้ามมิให้ผู้สั่ง(ยกเว้นนายกฯ)และคณะกรรมการฯเป็นบุคคลดังต่อไปนี้ (๑)รู้เห็นเหตุการณ์ที่จะสืบสวน(รู้เห็นในลักษณะมีส่วนร่วมกระทำ) (๒)มีส่วนได้เสียในเรื่องที่จะสิบสวน (๓)มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสืบสวน (๔)เป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหา หรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดานหรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดากับผู้ร้องเรียนกล่าวหา
๖.การสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯหรือสั่งให้ผู้ใดสืบสวนฯมีสาระสำคัญตามแบบ สส.๑
๗.คำสั่งมีผลและการดำเนินการของผู้สั่ง
(๑) กรณีรู้ตัวผู้ถูกกล่าวหา 

-แจ้งคำสั่งผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว

-ให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อรับทราบ วันลงชื่อถือเป็นวันทราบคำสั่ง

-มอบสำเนาคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหา ๑ ฉบับ

-กรณีไม่ยอมรับหรือแจ้งไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ถือว่ารับทราบเมื่อพ้น ๑๕ วันนับแต่ส่ง

-แจ้งไปด้วยให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่ถูกกล่าวหาให้ปรานกรรมการทราบใน ๑๕ วันนับแต่ทราบคำสั่ง

(๒) ส่งสำเนาคำสั่งให้คณะกรรมการทราบ สำหรับประธานหรือผู้สืบสวนฯส่งทั้งสำเนาคำสั่งและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อด้วย

๘.คณะกรรมการหรือผู้สืบสวนฯมีหน้าที่ (๑)สืบสวนไปตามหลักเกณฑ์วิธีการกำหนดเวลา (๒)รวบรวมประวัติผู้ถูกกล่าวหา (๓)บันทึกการสืบสวน (๔)ห้ามบุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน
๙.คณะกรรมการฯต้องดำเนินการดังนี้
(๑)ดำเนินการตาม ๘.

(๒) ประธานเรียกประชุมคณะกรรมการวางแนวทาง

(๓)การประชุมพิจารณาพยานหลักฐานและประชุมลงมติกรรมการต้องมาไม่น้อยกว่า ๓ คน และไม่น้อยว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด

(๔) การลงมติถือเสียงข้างมาก เท่ากันประธานชี้ขาด

๑๐.ระยะเวลาการสืบสวน
(๑)เร็วที่สุด โดยไม่เกิน ๖๐ วันนับแต่ทราบคำสั่ง ไม่เสร็จขอขยายไปยังผู้สั่ง ห้ามขยายออกไปอีกเกิน ๖๐ วัน หากจำเป็นอีกต้องขอขยายไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งหนึ่งชั้นได้ไม่เกิน ๖๐ วัน

(๒)กรณีสรุปสำนวนแล้วผู้สั่งให้ควรให้สืบสวนเพิ่มเติม ต้องสืบสวนให้เสร็จใน ๓๐ วัน ไม่เสร็จขอขยายได้ไม่เกิน ๓๐ วันตามความจำเป็น หากจำเป็นจะขยายอีกต้องขอต่อผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นได้อีกไม่เกิน ๓๐ วัน

๑๑.คณะกรรมการเห็นว่าไม่มีมูลสรุปความเห็นให้ยุติ เห็นว่ามีมูลควรกล่าวหาว่าทำผิดวินัยสรุปพยานหลักฐานตามแบบ สส.๒ ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ และถามว่ากระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากสารภาพต้องแจ้งว่าเป็นความผิดวินัยกรณีใดมาตราใด หากยังคงรับสารภาพบันทึกถ้อยคำไว้รวมทั้งเหตุผลในการรับ หากไม่รับฯหรือรับบางส่วน ให้สอบถามว่าจะชี้แจงเป็นหนังสือหรือไม่ ให้โอกาสชี้แจงหรือนำเสนอพยานหลักฐาน
๑๒.กรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบหรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับทราบข้อกล่าวหาให้บันทึกสาระสำคัญตามแบบ สส.๒ ให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับโดยทำ ๓ ฉบับส่งไป ๒ ฉบับ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อและส่งกลับ ๑ ฉบับ หากล่วงพ้น ๑๕ วันแล้วไม่ได้รับ สส.๒ คืนหรือไม่ได้รับคำชี้แจง หรือไม่มาพบกรรมการให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบเรื่องรายละเอียดตามข้อกล่าวหาแล้วและไม่ประสงค์แก้ข้อกล่าวหา
๑๓.วิธีการสอบปากคำ
(๑) การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา,พยานใช้แบบ สส.๓,สส.๔ ตามลำดับ

(๒) กรรมการไม่น้อยกว่า ๒ คน

(๓)ก่อนเริ่มถามคำให้การต้องแจ้งว่ากรรมการเป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญา

(๔) ห้ามล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญาหรือกระทำการใดเป็นการจูงใจให้ให้ถ้อยคำ

(๕) สอบปากคำได้ทีละคน ห้ามผู้อื่นอยู่ด้วยยกเว้นทนายความหรือที่ปรึกษาของผู้ถูกกล่าวหา

(๖) บันทึกเสร็จต้องอ่านให้ฟังหรือให้อ่านเอง แล้วลงชื่อไว้เมื่อรับว่าถูกต้อง ผู้ร่วมฟังลงชื่อไว้ด้วย และลงชื่อกรรมการทุกคน

(๗) ผู้ลงชื่อไม่ได้นำ ป.พ.พ.ม.๙ มาใช้

๑๔.พยานหลักฐานไม่จำเป็นและไม่ใช่ประเด็นสำคัญจะทำให้สำนวนล่าช้า งดสืบได้แต่ต้องบันทึกเหตุไว้ และสามารถส่งประเด็นไปให้หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนแทนได้
๑๕.คณะกรรมการเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทำผิดวินัยอื่นด้วยหรือพาทพิงถึงข้าราชการตำรวจอื่นมีส่วนร่วมให้เสนอผู้สั่ง
๑๖.กรณีมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหาทำผิดหรือต้องรับผิด ถ้าข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาประจักษ์ชัด ถือเอาคำพิพากษาเป็นพยานหลักฐานโดยไม่ต้องสืบสวนต่อไปก็ได้
๑๗.การสรุปรายงานการสืบสวน
(๑) กรณีมีมูลความผิดวินัยร้ายแรงให้เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

(๒) กรณีมีมูลว่าทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงให้เสนอว่าผิดกรณีใด มาตราใด ควรรับโทษสถานใด

(๓)มีมูลอันเป็นความผิดอาญา หรือรับผิดทางแพ่งอยู่ด้วยหรือไม่

(๔) ทำรายงานเสนอไปยังผู้สั่งตั้งตามแบบ สส.๕

๑๘.ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านเหตุตามข้อห้าม (ตาม ๕)ไปยังผู้สั่งตั้ง ต้องทำใน ๗ วันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง โดยคัดค้านเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงว่าจะไม่ได้ความจริงหรือไม่ยุติธรรมอย่างไร และต้องพิจารณาสั่งการโดยไม่ชักช้าแต่ไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่ได้รับหนังสือคัดค้าน กรณีไม่พิจารณาข้อคัดค้านให้เสร็จในเวลา ๓๐ วัน ถือว่าผู้ถูกคัดค้านพ้นจากหน้าที่กรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนแต่ไม่กระทบถึงสิ่งที่ทำไปแล้วก่อนหน้านั้น
๑๙.ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาได้ไม่เกิน ๑ คน มาร่วมรับฟังการสอบปากคำตนได้หรือให้ถ้อยคำแทนตนได้
๒๐.การนับเวลาเริ่มต้น นับถัดจากวันแรกแห่งเวลานั้น ส่วนการขยายนับต่อจากวันสุดท้ายแห่งเวลาเดิม หากวันสุดท้ายตรงวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มเปิดทำการเป็นวันสุดท้าย

span�!pn���P�![endif]>จเรตำรวจ

ตอบ       ข.  ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี

                การคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การสืบสวนไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างไร  การคัดค้านผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนขึ้นไปชั้นหนึ่ง  การคัดค้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนหรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน

8. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด

ก. ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา

ข. ถ้าเป็นราชการบริการส่วนกลาง  ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี

ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

                ข้อ ๙  การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา  และนอกจากนั้นถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลางประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี  ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก

9. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร

ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน

ข. ผู้บังคับบัญชาที่มอบหมาย

ค. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง

ง. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

ตอบ       ง.  ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชึ้นหนึ่ง

                ในการสืบสวนเพิ่มเติมตาม ข้อ ๓๕ (๒)  ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดสามสืบวันแล้วยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินกว่าสามสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

10. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยกี่คน  และประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยเท่าใด

ก. หกคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน

ข. ห้าคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน

ค. สี่คน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

ง. สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

ตอบ       ง.  สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง

                ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยสามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง  โดยให้มีเลขานุการหนึ่งคน  เลขานุการอาจแต่งตั้งจากกรรมการสืบสวนคนใดคนหนึ่งก็ได้  ในกรณีจำเป็นจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

                ให้นำ ข้อ ๑๒  ข้อ ๒๑  และ ข้อ ๒๒  มาใช้บังคับกับเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการโดยอนุโลม

11. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่ตามข้อใด

ก. สามารถให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวนได้

ข. จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง

ค. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

                ข้อ ๑๓  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่

(๑) สืบสวนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. นี้  เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน

(๒) รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา

(๓) จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง

(๔) ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน

12. การสืบสวนข้อเท็จจริง  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างไร

ก. ไม่เกิน 15 วัน

ข. ไม่เกิน 30 วัน

ค. ไม่เกิน 60 วัน

ง. ไม่เกิน 90 วัน

ตอบ       ค.  ไม่เกิน 60 วัน

 สืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดแต่งทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสืบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนได้รับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดหกสิบวันแล้วยังไม่แล้วเสร็จ  ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินหกสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าหกสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
00000000000
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   085-0127724
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้